สตรอว์เบอร์รี ไม่ว่าจะปลูกในสวนหรือปลูกเองตามธรรมชาติ ล้วนมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและคั้นน้ำได้แม้ภายใต้แรงกดเพียงเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าสตรอว์เบอร์รีจะถึงปลายทางอย่างปลอดภัย ชาวสวนจึงปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การเก็บเกี่ยว การขนส่ง และการเก็บรักษาอย่างเคร่งครัด
ควรเก็บสตรอเบอร์รี่เมื่อไหร่?
ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีในสวนขึ้นอยู่กับพันธุ์ สภาพอากาศ และสภาพอากาศในท้องถิ่น โดยส่วนใหญ่ผลแรกจะออกในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ทางตอนใต้ – ปลายเดือนพฤษภาคม และทางตอนเหนือ – ในเดือนกรกฎาคม สตรอว์เบอร์รีจะถูกเก็บเกี่ยวทันทีที่ผลเปลี่ยนเป็นสีแดง
- ✓ คำนึงถึงข้างขึ้นข้างแรม: การเก็บเกี่ยวในช่วงข้างแรมจะช่วยเก็บรักษาผลเบอร์รี่ได้ดีขึ้น
- ✓ หลีกเลี่ยงการเก็บในช่วงเที่ยงวัน: อุณหภูมิสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเน่าเสียอย่างรวดเร็วของผลเบอร์รี่
คนรักสตรอว์เบอร์รีป่าก็ต้องมองหาเบอร์รีหวานๆ เช่นกัน เพราะในป่าเต็มไปด้วยผู้คนที่อยากลิ้มลอง นกและสัตว์ต่างๆ ต่างกินมันไป ในฤดูร้อน สตรอว์เบอร์รีจะเน่าเสียง่าย นิ่มและเน่าเสียง่าย ดังนั้นการรอคอยจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
ผลเบอร์รี่จะถือว่าสุกเมื่อผลมีสีแดงสด หากผลมีปลายสีเขียวแสดงว่ายังไม่สุก ส่วนผลเบอร์รี่ที่นิ่มจะถือว่าสุกเกินไป จึงไม่เหมาะสำหรับการขนส่งหรือเก็บรักษา
เก็บอะไรบ้าง?
สตรอว์เบอร์รีสวนจะนิ่มกว่าสตรอว์เบอร์รีป่ามาก จึงต้องระมัดระวังในการเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันรอยช้ำและน้ำสตรอว์เบอร์รีรั่วไหล ขอแนะนำให้เก็บสตรอว์เบอร์รีสวนและสตรอว์เบอร์รีป่าในชามพลาสติกทรงตื้น
เมื่อเก็บผลเบอร์รี่ ควรใช้ชามใสที่มีรูระบายอากาศ เพราะจะช่วยให้ตรวจสอบสภาพของผลเบอร์รี่ได้ หากเก็บผลเบอร์รี่มากเกินไป น้ำองุ่นจะหยดลงที่ก้นภาชนะ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าภาชนะเต็มแล้ว
สตรอว์เบอร์รีถูกบดได้ง่าย จึงไม่แนะนำให้ใช้ภาชนะทรงสูงที่มีผนังแข็ง ภาชนะต่อไปนี้ไม่เหมาะสำหรับการเก็บเกี่ยว:
- ถังอลูมิเนียมและสังกะสี;
- กระป๋องโลหะ;
- ขวดแก้ว
เมื่อเก็บสตรอว์เบอร์รี ควรใช้ภาชนะเก็บเบอร์รีแบบคลาสสิกที่ผู้คนคุ้นเคยกันมานานหลายศตวรรษ ตะกร้าหวายเหล่านี้ช่วยป้องกันไม่ให้เบอร์รีถูกบดหรือเน่าเสียด้วยการระบายอากาศตามธรรมชาติ
ภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการเก็บและขนส่งสตรอว์เบอร์รีคือภาชนะอบพลาสติก ก่อนเก็บควรเจาะรูประมาณ 20-30 รู
ถ้าคุณจะไปเก็บสตรอว์เบอร์รีในป่า ให้พกชามหรือภาชนะติดตัวไปด้วยหลายๆ ใบ วิธีนี้จะเพิ่มโอกาสเก็บสตรอว์เบอร์รีสวยๆ กลับไปได้เยอะเลย
วิธีการเลือกสตรอเบอร์รี่อย่างไร?
เคล็ดลับในการเก็บสตรอว์เบอร์รีอย่างถูกต้องคือการเลือกเก็บผลสตรอว์เบอร์รีที่ยังมีกลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่ วิธีนี้ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก วิธีนี้มักใช้ในกรณีที่ต้องขนส่งผลสตรอว์เบอร์รี
เคล็ดลับในการเลือกสตรอเบอร์รี่:
- เมื่อเก็บสตรอว์เบอร์รีไว้กินหรือทำแยม ให้เก็บเป็น "พวง" เล็กๆ ครั้งละหลายพวง วิธีนี้จะช่วยเร่งกระบวนการเก็บเกี่ยวได้อย่างมาก ขณะเก็บสตรอว์เบอร์รี พยายามอย่าฝืนกดลงดิน เพราะอาจเกิดขึ้นได้ง่ายในดินร่วน
- เก็บผลเบอร์รี่เฉพาะในช่วงอากาศแห้ง เช่น ในตอนเช้าหรือตอนเย็น
- หากไม่ต้องการคัดแยกผลเบอร์รี่ในภายหลัง ให้คัดแยกทันทีระหว่างการเก็บเกี่ยว วางผลเบอร์รี่ขนาดใหญ่ไว้ในภาชนะหนึ่ง และผลเบอร์รี่ขนาดเล็กหรือที่ชำรุดในอีกภาชนะหนึ่ง นำผลเบอร์รี่ที่เน่าหรือสุกเกินไปไปทำปุ๋ยหมัก
- วางผลเบอร์รี่ไว้ในภาชนะไม่เกิน 2 หรือ 3 ชั้น
- ทำความสะอาดผลเบอร์รี่จากเศษต่างๆ และขัดโดยไม่ใช้มือ แต่ใช้แปรงขนนุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
- ถ้าฝนตกตอนเก็บเบอร์รี (ซึ่งมักเกิดขึ้นในป่า) ให้นำสตรอว์เบอร์รีไปตากในห้องเย็นๆ พอแห้งแล้วให้เก็บใส่ภาชนะ
ชาวสวนบางคนที่พิถีพิถันเป็นพิเศษจะใช้กรรไกรตัดผลเบอร์รี่ พวกเขาตัดก้านออกอย่างระมัดระวัง (อาจจะยาวหรือต่ำกว่าฐานรองเล็กน้อย แล้วแต่ความสะดวก) ผลเบอร์รี่เหล่านี้จะไม่ช้ำหรือปล่อยน้ำออกมาเป็นเวลานาน และก้านยังช่วยให้คัดแยกได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ส่วนใหญ่สตรอว์เบอร์รีจะถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือ แม้ว่าจะปลูกในปริมาณมากก็ตาม หากต้องการแปรรูป เช่น ทำแยม ควรใช้อุปกรณ์เก็บเกี่ยวเฉพาะทาง เช่น รถเก็บเบอร์รีหรือรถเก็บผลไม้
จะเก็บรักษาผลผลิตอย่างไร?
สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่เน่าเสียง่าย หากเก็บรักษาอย่างไม่ถูกต้อง สตรอว์เบอร์รีจะหมดอายุลงอย่างรวดเร็ว เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ไม่ควรล้างก่อนรับประทาน ควรล้างทันทีก่อนรับประทานหรือเมื่อแช่แข็ง
วิธีเก็บรักษาสตรอเบอร์รี่:
- ทิ้งเบอร์รี่คุณภาพต่ำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเบอร์รี่ที่เน่าเสีย ขึ้นรา หรือนิ่ม เบอร์รี่ที่เน่าเสียเพียงลูกเดียวในภาชนะ อาจทำให้เบอร์รี่ข้างเคียงเน่าเสียได้อีกหลายสิบลูก
- สำหรับการขนส่ง ให้ใช้ภาชนะไม้ เพราะจะช่วยให้เบอร์รี่หายใจได้ดีขึ้น สตรอว์เบอร์รี่จะเน่าเสียเร็วกว่าหากใช้ภาชนะพลาสติก เก็บเบอร์รี่ไว้ในภาชนะที่มีรูระบายอากาศได้ไม่เกิน 2 วัน
- เพื่อเก็บรักษาสตรอว์เบอร์รีได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ ให้ใส่สตรอว์เบอร์รีลงในภาชนะที่รองด้วยกระดาษทิชชู่ เก็บสตรอว์เบอร์รีไว้ที่อุณหภูมิ 0 ถึง 2°C ยิ่งอุณหภูมิสูง อายุการเก็บรักษาก็จะยิ่งสั้นลง
- เพื่อเก็บสตรอว์เบอร์รีให้สดในตู้เย็นได้นานถึงสองสัปดาห์ ให้แช่สตรอว์เบอร์รีในน้ำส้มสายชูประมาณ 5 นาที วิธีเตรียม ผสมน้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวงกับน้ำ 1.5 ถ้วยตวง หลังจากแช่สตรอว์เบอร์รีแล้ว ให้ล้าง เช็ดให้แห้ง แล้วใส่ลงในภาชนะที่รองด้วยกระดาษทิชชู่
- สำหรับการเก็บรักษาในระยะยาว ให้แช่แข็งไว้ เมื่อละลายแล้ว สตรอว์เบอร์รีจะเหมาะสำหรับการอบ ทำแยม สมูทตี้ และขนมอื่นๆ
- หากต้องการอบสตรอว์เบอร์รีให้แห้ง ให้หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าๆ กันเพื่อให้แห้งทั่วถึง กระจายสตรอว์เบอร์รีให้ทั่วถาดอบ แล้วนำถาดอบไปอบในเครื่องอบแห้ง ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 135°C และอบเป็นเวลา 8 ชั่วโมง
- ✓ การรักษาอุณหภูมิให้คงที่ในช่วง 0…+2 °C ถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเกิดเชื้อรา
- ✓ การใช้กระดาษเช็ดมือเพื่อดูดซับความชื้นส่วนเกินจะช่วยให้ผลเบอร์รี่สดได้นานขึ้น
การเก็บสตรอว์เบอร์รีอาจดูง่ายในตอนแรก กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความพยายามเท่านั้น แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์บางประการด้วย คุณภาพของสตรอว์เบอร์รีและอายุการเก็บรักษาขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์เหล่านี้

