มะเขือเทศมาดริดดึงดูดชาวสวนด้วยรสชาติเยี่ยมยอดและให้ผลผลิตสูง ผลสุกฉ่ำ รสชาติเข้มข้น มีชีวิตชีวา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทำสลัด ซอส และแยม มะเขือเทศพันธุ์นี้มีความทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช เนื่องจากสุกเร็ว จึงสามารถรับประทานได้ตั้งแต่กลางฤดูร้อน
ลักษณะของพืชและผลไม้
มะเขือเทศพันธุ์มาดริดเป็นมะเขือเทศลูกผสมที่พัฒนาโดยนักเพาะพันธุ์ชาวฝรั่งเศสสำหรับปลูกในเรือนกระจก ยอดมีใบที่แข็งแรงปกคลุม ช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย มะเขือเทศมีสีเขียวเข้ม

ลักษณะของมะเขือเทศ :
- พวกมันมีสีเหลืองมะนาวและเปลี่ยนเป็นสีทูโทน คือ สีเหลืองที่มีจุดสีแดง
- น้ำหนักเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง 350 ถึง 400 กรัม แต่บางตัวอาจหนักได้ถึง 700 กรัม
- มีรูปร่างคล้ายหัวใจและมีลักษณะเป็นเซลล์ที่มีหลายห้อง
- เนื้อมีความหนาแน่น นุ่ม และมีเมล็ดจำนวนน้อย
ผักมีรสชาติที่เข้มข้นและน่ารับประทาน จึงเหมาะสำหรับรับประทานสดและใช้ในสูตรอาหารต่างๆ
ประโยชน์ต่อสุขภาพของมะเขือเทศมาดริด
ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ปกป้องร่างกายจากอันตรายของอนุมูลอิสระ และป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชัน
คุณสมบัติที่มีค่าอื่น ๆ :
- มะเขือเทศมีไลโคปีน ซึ่งเป็นรงควัตถุธรรมชาติที่ทำให้มะเขือเทศมีสีแดง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็งบางชนิด
- การรวมมะเขือเทศไว้ในอาหารของคุณจะช่วยให้คุณมีความหลากหลายในการรับประทานอาหารและส่งเสริมสุขภาพ
การบริโภคมะเขือเทศมาดริดเป็นประจำไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นนิสัยที่อร่อยและดีต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งจะทำให้อาหารของคุณมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น มะเขือเทศเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการลดน้ำหนัก
ความนิยมและการใช้ประโยชน์ของมะเขือเทศ
มาดริดได้รับความนิยมทั้งในสเปนและต่างประเทศ เนื่องจากมีรสชาติดีเยี่ยมและให้ผลผลิตสูง พันธุ์นี้นิยมนำมาใช้ทำสลัด ซอส และอาหารอื่นๆ อีกมากมาย
คุณสมบัติพิเศษ:
- ผักที่มีน้ำฉ่ำและมีกลิ่นหอมช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้นและรูปลักษณ์ที่น่ารับประทานให้กับอาหาร ทำให้เป็นที่นิยมในร้านอาหารและอุตสาหกรรมการทำอาหาร
- เนื่องจากลักษณะของพันธุ์ที่ดี จึงมีการปลูกและส่งขายอย่างแข็งขันสู่ตลาดในหลายประเทศ
เป็นพันธุ์สากลที่ใช้สำหรับการบรรจุกระป๋อง ดอง และเค็ม
ลักษณะของพันธุ์
มะเขือเทศมาดริดมีลักษณะเด่นคือมีระยะเวลาสุกสั้น เพียง 65-70 วัน การเก็บเกี่ยวครั้งแรกจะเกิดขึ้นเร็วสุดในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม ทำให้มีมะเขือเทศสดเพียงพอจนถึงสิ้นฤดูร้อน
ก่อนการปลูกพืชควรศึกษาลักษณะของพืชดังนี้
- ผลผลิตสูง – ชาวสวนเก็บเกี่ยวได้มากถึง 8-10 กิโลกรัมต่อตารางเมตรเมื่อปฏิบัติตามแนวทางการเกษตรที่เหมาะสม พุ่มไม้เหล่านี้ให้ผลดีในหลากหลายสภาพแวดล้อม
- พันธุ์นี้แสดงให้เห็นถึงความต้านทานโรคที่สำคัญได้ดี รวมถึงโรคใบไหม้ปลายใบ ไม่ค่อยถูกศัตรูพืช (เพลี้ยอ่อนและด้วงมันฝรั่งโคโลราโด) เข้าทำลาย อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันโรค ควรดูแลต้นด้วยการเตรียมดินพิเศษเป็นประจำ และฝึกการปลูกพืชหมุนเวียน
- พืชสามารถทนต่อสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ดี ทำให้มาดริดเหมาะสำหรับการเพาะปลูกในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงในเรือนกระจกและพื้นที่โล่ง
- ✓ ทนทานต่อโรคใบไหม้ได้ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ
- ✓ ความสามารถในการให้ผลในสภาวะอุณหภูมิสูงโดยไม่สูญเสียคุณภาพของผล
พุ่มไม้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น แต่ยังเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่อุ่นและร้อนกว่าด้วยซ้ำ โดยต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปกป้องจากความชื้นที่มากเกินไป
ลักษณะการปลูกและการดูแล
ในการปลูกมะเขือเทศมาดริด ควรเลือกพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงและลมพัดผ่านได้ดี ดินควรระบายน้ำได้ดีและมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ ก่อนปลูก ควรขุดดินและใส่ปุ๋ยหมักหรือฮิวมัส นอกจากนี้ ควรใส่ปุ๋ยแร่ธาตุเชิงซ้อนด้วย
- ✓ ตรวจสอบค่า pH ของดินก่อนปลูก โดยระดับ pH ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมะเขือเทศมาดริดคือ 6.0-6.8
- ✓ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นที่นั้นมีการระบายน้ำที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำนิ่ง
เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์:
- ควรหว่านต้นกล้าประมาณ 60-70 วันก่อนปลูก ใช้ภาชนะพลาสติกหรือพีท
- วางเมล็ดลงในดินชื้นลึกประมาณ 1 ซม. คลุมด้วยพลาสติกแรป และวางภาชนะไว้ในที่อุ่น อุณหภูมิประมาณ 25°C เมื่อต้นกล้าเริ่มแตกหน่อ ให้ลดอุณหภูมิลงเหลือ 18-20°C และวางต้นกล้าไว้บนขอบหน้าต่างที่สว่าง
- เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 6-7 ใบ ให้ย้ายปลูกลงในพื้นที่โล่งหรือในเรือนกระจก เลือกพื้นที่ที่ไม่มีการปลูกมะเขือเทศอย่างน้อย 2-3 ปี ขนาดการปลูกที่แนะนำคือ 40x60 ซม. ปลูกไม่เกิน 4-5 ต้นต่อตารางเมตร
ดูแลพืชผลอย่างครอบคลุม ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติทางการเกษตรง่ายๆ ดังนี้
- การรดน้ำ มะเขือเทศมาดริดต้องการความชื้นที่สม่ำเสมอแต่ปานกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่กำลังเจริญเติบโตและติดผล รดน้ำบริเวณราก หลีกเลี่ยงบริเวณใบและลำต้นเพื่อป้องกันโรคเชื้อรา น้ำควรอุ่นและนิ่ง
- น้ำสลัดหน้า เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตดีและให้ผลผลิตสูง ควรใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ หลังจากย้ายกล้าไม้สองสัปดาห์ ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยผสมแร่ธาตุที่ซับซ้อน หลังจากนั้น ให้ใส่ปุ๋ยซ้ำทุก 2-3 สัปดาห์ โดยสลับใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยแร่ธาตุ
- การเด็ดลูกเลี้ยงออกและการตัดแต่งกิ่ง เด็ดยอดข้างออกเพื่อนำพลังงานทั้งหมดของพืชไปพัฒนาลำต้นหลักและผล ตัดยอดข้างออกทันทีที่งอก ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ตัดใบล่างที่อาจสัมผัสกับดินออก
- ถุงเท้ายาว เพื่อป้องกันความเสียหายและการโค้งงอของลำต้น ให้ยึดพุ่มไม้ไว้กับโครงระแนงหรือหลัก วิธีนี้จะช่วยให้ต้นไม้ตั้งตรงและมั่นคงยิ่งขึ้น
- การป้องกันโรคและแมลง ฉีดพ่นพืชด้วยสารชีวภาพหรือสารฆ่าเชื้อราเป็นประจำ รดน้ำให้สม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันศัตรูพืช ใช้ยาฆ่าแมลงหรือยาพื้นบ้าน เช่น การแช่กระเทียม
ประโยชน์ของการใช้มะเขือเทศมาดริดในการปรุงอาหาร
พืชชนิดนี้มีข้อดีมากมาย ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวสวนหลายคนในประเทศของเรา คุณสมบัติเชิงบวกของพืชชนิดนี้ประกอบด้วย:
- รสชาติและกลิ่นหอมที่สดใส มะเขือเทศมีรสชาติเข้มข้น สดชื่น ช่วยเพิ่มรสชาติกลมกล่อมและกลิ่นหอมน่ารับประทานให้กับอาหาร ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารได้อย่างมาก แม้จะใช้เครื่องเทศเพียงเล็กน้อยก็ตาม
- ความชุ่มฉ่ำและความหนาแน่นของเนื้อ มะเขือเทศมีเนื้อฉ่ำและแน่น เหมาะสำหรับทำซอส ซุป และน้ำเกรวี่ ซึ่งช่วยให้มะเขือเทศคงรูปทรงและคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ระหว่างการปรุงอาหาร
มะเขือเทศเหล่านี้เป็นส่วนผสมที่สำคัญในสูตรอาหารใดๆ ที่ต้องการความชุ่มฉ่ำ รสเผ็ดร้อน และกลิ่นหอม
บทวิจารณ์
มาดริดเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบมะเขือเทศคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น และกลิ่นหอม การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ให้ผลผลิตสูง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้มะเขือเทศพันธุ์นี้เป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของทั้งนักทำสวนมือใหม่และนักทำสวนที่มีประสบการณ์ การดูแลอย่างเหมาะสมคือกุญแจสำคัญสู่ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์






